
สภาพน้ำท่วมนาข้าวเสียหายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ถ้ามองในมุมของชาวนาไทย…
เราจะพบว่า ในแต่ละปี ชาวนาไทยจะต้องประสบกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตข้าวและราคาข้าว ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง จาก 4 สถานการณ์ ดังต่อไปนี้ (เรียงลำดับตามปรารถนา)
หนึ่ง ผลผลิตดี ราคาสูง
ชาวนาไทยจะชอบที่สุด เพราะได้ผลผลิตมาก แถมขายได้ราคาสูง
สอง ผลผลิตดี ราคาต่ำ
ชาวนาไทยจะชอบน้อยกว่าแบบแรก เพราะผลิตได้เยอะ มีข้าวกินโดยไม่ต้องไปซื้อก็จริง แต่ขายได้ราคาต่ำ
สาม ผลผลิตต่ำ ราคาต่ำ
ชาวนาไทยจะไม่ค่อยชอบ เพราะข้าวที่ผลิตได้ก็อาจจะไม่พอกิน แต่ยังดีที่สามารถซื้อข้าวราคาไม่แพงมาบริโภคได้บ้าง
สี่ ผลผลิตต่ำ ราคาสูง
แบบนี้เลวร้ายสุด
เรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด
เพราะชาวนาผลิตข้าวได้ไม่พอกิน แถมยังต้องซื้อ ข้าวในตลาดที่มีราคาแพงมา บริโภคอีกต่างหาก
จะเกิดขึ้นเมื่อใด?
สถานการณ์แบบที่หนึ่ง จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยได้ข้าวอุดมสมบูรณ์ แต่ต่างชาติเกิดพิบัติภัย น้ำท่วมหรือฝนแล้ง ทำให้ปริมาณผลผลิตโดยรวมของโลกลดลง ราคาในตลาดโลก จึงสูงขึ้น
สถานการณ์แบบที่สอง จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยได้ข้าวอุดมสมบูรณ์ และต่างชาติก็ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ด้วย ทำให้ปริมาณผลผลิตโดยรวมของโลกสูงขึ้น ราคาในตลาดโลกจึงลดลง
สถานการณ์แบบที่สาม จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยเกิดภัยพิบัติ น้ำท่วมหรือฝนแล้ง ผลิตผลภายในประเทศเสียหาย แต่ต่างชาติได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ทำให้ปริมาณผลผลิตโดยรวมของโลกยังคงออกมามาก ราคาในตลาดโลกจึงลดต่ำลง
สถานการณ์แบบที่สี่ จะเกิดขึ้นเมื่อประเทศไทยเกิด ภัยพิบัติ ผลผลิตภายในประเทศเสียหาย ในขณะเดียวกันต่างชาติ ที่ปลูกข้าวก็เกิดภัยพิบัติด้วย ทำให้ปริมาณผลผลิตโดยรวมของโลกลดลง ราคาข้าวในตลาดโลกจึงสูงขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ พิจารณาได้ว่า สถานการณ์ของชาวนาไทยและคนไทยสมัยนี้ คงจะตกที่นั่งเลวร้ายที่สุด
คือ เป็นสถานการณ์แบบที่สี่
เกิดพิบัติภัยน้ำท่วม ผลผลิตข้าวเสียหาย ชาวนาและคนไทยส่วนมากคงจะได้ข้าวไม่พอกิน ซึ่งอาจจะต้องซื้อข้าวราคาสูงมาบริโภคอีกต่างหาก
ดูสภาพการณ์จากข่าวแล้ว ก็ใจหาย..
ท้องนากว่า 50 จังหวัด จมน้ำ เวิ้งว้าง กลายสภาพเป็น ทะเลสาบน้ำจืดกว้างขวาง ชาวนาไม่มีข้าวไปขาย แถมยังจะต้องซื้อข้าวเขากิน นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมอีกหลายแห่งยังเสียหายจากน้ำท่วม โรงงานหยุดนับพันโรง คนตกงานอีกเป็นหมื่นเป็นแสนคน ขาดรายได้ แต่ทุกคนจะต้องกินข้าวราคาแพง
อย่างไรก็ตาม ปีนี้ เราอาจจะได้เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็น และไม่ควรจะได้เห็น คือ
1) ประเทศไทยยังมีปริมาณข้าวส่งออกมากเกือบปกติ หรือจะลดลงก็เพียงเล็กน้อย
เพราะอะไรน่ะหรือ….
ก็เพราะรัฐบาลประกาศรับจำนำข้าวราคาสูง เมื่อไม่มีข้าวในประเทศมาจำนำ ก็จะมีคนนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน เขมร ลาว พม่า เข้ามาจำนำ (ขาย) ในราคาแพงให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์
หลอกรับประทานเงินคนไทย
ข้าวที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์รับจำนำเหล่านี้เองที่จะไปพยุงสถิติส่งออกข้าวของกระทรวงพาณิชย์ และรับผลประโยชน์จากนโยบายรับจำนำข้าวที่ถลุงใช้เงินแผ่นดินมูลค่ามหาศาล
2) ถึงเวลาส่งออก รัฐบาลก็จะอ้างว่าจำเป็นต้องระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาล (ส่วนหนึ่งคือข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน) โดยขายให้ผู้ส่งออกพ่อค้าเอกชนในราคา(ต่ำ)พิเศษ เพื่อเร่งระบายข้าว ยอมขาดทุนเพื่อชาวนาไทย (ยังจะ หน้าด้านอ้างบุญคุณได้อีก)
3) คนกินข้าวในประเทศ จะตกอยู่ในสภาวะข้าวยากหมากแพงของจริง ไหนจะตกงานจากโรงงาน ร้านค้าที่ต้องปิดเพราะน้ำท่วม พืชผัก ผลไม้ในประเทศเสียหาย ผลิตผลเกษตรและผลิตภัณฑ์ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาขายในประเทศแทน
4) หลังน้ำลด โรคระบาดอาจเกิดขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง
ขณะเดียวกัน ประชาชนยังต้องการหาซื้อวัสดุ อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ซ่อมแซมร้านค้า โรงงาน ทั้งเงินทุนและกำลังจิตใจที่มีอยู่จำกัด ยังจะถูกแบ่งถูกทอนลงไปในเรื่องสุขภาพหรือการซ่อมแซมอย่างไร
5) เมื่อสินทรัพย์และทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องมือเครื่องจักรเสียหายจากน้ำท่วม โอกาสในการลงทุนต่อยอดหรือพัฒนาขึ้นจะลดลง เพราะต้องมุ่งซ่อมแซม แก้ไข ฟื้นฟูของเดิม
การส่งออก ทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม คงจะลดลงจากที่คาดการณ์ไว้
6) รายได้ของคนจำนวนมากจะไม่เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง (ยกเว้นข้าราชการประจำ)
ค่าแรงวันละ 300 บาทเท่ากันทั้งประเทศ คงยากที่จะฝัน
7) ภาษีที่รัฐจัดเก็บได้ จะยากลำบาก และอาจไม่สูงมากขึ้นอย่างที่เคยคาดฝัน
ภาษีเงินได้ ทั้งบุคคลและนิติบุคคล หลายส่วนจะลดลง
เมื่อคนมีรายได้ลดลง การบริโภคจะลดลง ภาษี VAT ที่จัดเก็บได้ก็ต้องถูกกระทบ
8) โครงการที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือว่าจะหว่านเงิน หาเสียง หากคิดจะทำต่อโดยอ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คงจะต้องกู้ และกู้เพิ่มขึ้น
ไม่ว่าจะโดยการออกพันธบัตรรัฐบาล กู้ในประเทศ, กู้จากต่างประเทศ หรือจะกู้จากสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ให้ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธ.ก.ส. เอ็กซิมแบงก์ ธนาคารกรุงไทย ออกเงินดำเนินการไปก่อน แล้วตั้งงบประมาณ จ่ายคืนภายหลัง ซึ่งเป็นภาระทางการคลังของแผ่นดินทั้งสิ้น
เคยโจมตีรัฐบาลก่อนว่า “ดีแต่กู้” ก็คงจะต้องหา คำทางการตลาดมาไว้ฟอร์ม เช่น “เอาเงินอนาคตมาลงทุน วันนี้” หรือ “กู้เพื่อบูรณะประเทศ” หรือ “กู้บูรณาการ” !!!
9) การโกงอย่างบูรณาการอาจเกิดขึ้นหลังน้ำลด เพราะต้องมีโครงการซ่อมแซม ฟื้นฟู เยียวยา บูรณปฏิสังขรณ์ อาจทำให้เกิดการปฏิสนธิของ ค่าคอมมิชชั่นและการแบ่งกินเปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นตามแนวโน้มของพฤติกรรมและสันดานเก่าที่เคยทำมาแล้ว
10) อาชญากรรม ปล้น ขโมย ล้วงกระเป๋า อาจจะมีมากขึ้น เพราะความอดอยาก โดยมีภาวะ ข้าวของราคาแพงเป็นข้ออ้าง
ผู้คนจะมีความสุขน้อยลงความทุกข์มากขึ้น
หาก “เพื่อไทย” ยังคงดมก้น ทำตามที่ทักษิณคิด โดยเฉพาะที่จะถมทะเลบริเวณปากอ่าวไทยและปากแม่น้ำท่าจีน กว้าง 30 กิโลเมตร ลึกลงไปในทะเล 10 กิโลเมตร ดังลมปากที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศหาเสียงบนเวทีสนามกีฬารัชมังคลาฯ “เราจะถมทะเล คร้าพี่น้อง…”
แทนที่จะคิดแก้ปัญหาการไหล การระบายน้ำ ที่จะหลากมาจากภาคเหนือ หรือจะต้องหยุดยั้งการเจริญเติบโตของ เมืองใหญ่ในที่ราบแอ่งกระทะภาคกลาง หยุดยั้งการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ด้วยเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ
ทุ่มเทความคิด ทรัพยากร ทั้งคนและเงิน แก้ปัญหาน้ำหลาก น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ แม้จะต้องสร้างเมือง หรือย้ายเมือง ก็อาจต้องทำ
ดีกว่าโฆษณาหาเสียง ลวงหลอกชาวบ้านแค่ว่า “ลาก่อน น้ำท่วมฝนแล้ง…” แล้วก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
เรื่องใหญ่ๆ สำคัญๆ อย่างนี้ เมื่ออยู่ภายใต้การนำของผู้ด้อยประสบการณ์ในการบริหารประเทศ แถมไม่ได้เตรียมพร้อมตัวเองเพื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง (ปลอดประสบการณ์) จึงเกิดแต่ภาพที่ชัดเจนของการเร่งรีบแสวงหาแย่งชิงอำนาจรัฐ รีบร้อนผลักดันเกมการเมือง เพื่อสถาปนาระบอบทักษิณ
กลายเป็นว่า ขณะที่น้ำกำลังท่วม ทหารไปช่วย ชาวบ้านอยู่โครมๆ สส.แกนนำเสื้อแดง พรรคพวกของรัฐบาล กลับมุ่งหน้าเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง ให้ทนายฝรั่งลูกจ้างทักษิณเดินสายตามเรือนจำ ผลักดันการแก้กฎหมายกลาโหมเพื่อหวังยึดครองกองทัพ แก้มาตรา 112 เพื่อเปิดทางจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง รวมถึงประโคมข่าวรัฐประหารซ้ำซาก ฯลฯ
บ้านเมืองเกิดอาเพศ มีพิบัติภัยจากน้ำ เสียเวลาเนิ่นนาน กว่ารัฐบาลจะประกาศน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้เป็น “วิกฤติที่สุด ของชาติ” ต้องยกระดับการแก้ปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ นอกเหนือ จาก “บางระกำโมเดล” “อุดรโมเดล” โดยที่ดินแดนเหล่านั้นก็ยังคงจมน้ำอยู่นานแล้ว
ยิ่งกว่านั้น ในรัฐบาลเดียวกันก็ยังพูดกันคนละทิศคนละทาง ให้ข้อมูลประชาชนคนละอย่าง
รัฐมนตรีปลอดประสพรีบแถลงข่าว ออกจอทีวี. เป็นกระต่ายตื่นตูมที่ปลอดจากประสบการณ์ ทำให้ชาวบ้านโกลาหล ไม่รู้จะเชื่อข้อมูลใคร
รัฐมนตรีพาณิชย์ นายกิตติรัตน์ ก็เล่นบทโศก ถึงกับแสดงความรันทด ร้องไห้กับชาวต่างชาติและนักข่าว
คนเป็นรัฐบาล อย่าอ้างว่างานยาก โชคไม่ดีที่เข้ามา บริหารประเทศในช่วงวิกฤติ เพราะเมื่ออาสาเข้ามาแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด รัฐบาลที่แล้วก็บริหารประเทศ 2 ปี ภายใต้ สภาวะวิกฤติ แต่เป็นวิกฤติที่มนุษย์สร้างขึ้น เสื้อแดงเสื้อดำ ก่อขึ้น หวังแย่งชิงอำนาจรัฐ แต่รัฐบาลก่อนเขาก็ยังไม่อ้าง ว่างานยาก
ความด้อยประสบการณ์ ความเป็นผู้หญิงของนายกฯ การร้องไห้ของรองนายกฯ ล้วนไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้างที่จะขอบริหารประเทศแบบชุ่ยๆ ได้
ก็ทีเรื่องการบริหารนโยบายการเงินของแบงก์ชาติที่ควรต้องเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง การบริหารโยกย้ายบุคลากรในกองทัพที่ควรต้องเป็นเอกภาพและเป็นไปตามสายบังคับบัญชาอย่างมืออาชีพ ฯลฯ งานหินขนาดที่ไม่ควรจะเข้าไปแตะ ก็มุ่งแต่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง อ้างอย่างเดียวว่า พวกตนมาจากการเลือกตั้ง (เลือกเพราะอะไรไม่ต้องรู้)
พวกตนต้องใหญ่สุด มีอำนาจสูงสุด แทรกแซงได้ทุกหน่วยทุกส่วน ทุกสถาบันองค์กร ฯลฯ
ระวัง… น้ำท่วมปลากินมด น้ำลดมดจะกินปลา
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต |