2ปีรัฐบาลอภิสิทธิ์ อยากถามอะไรนายกรัฐมนตรี? (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน) 20/12/2010

2ปีรัฐบาลอภิสิทธิ์ อยากถามอะไรนายกรัฐมนตรี? (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน) 20/12/2010

          “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ 

         ขณะนั้น เศรษฐกิจไทยกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ในขณะที่การเมืองภายในก็กำลังติดหล่มระบอบทักษิณ และผลพวงแห่งความขัดแย้งที่รัฐบาลหุ่นเชิดทิ้งไว้ให้กับสังคมไทย 

         น้อยคนจะคาดคิดว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์จะสามารถประคับประคองบ้านเมืองอยู่ตลอดรอดฝั่งมาจนถึงวันนี้ 

         บางคนอาจจะคิดด้วยซ้ำว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้ ไม่น่าจะรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกา หรือแม้กระทั่งปากกระบอกปืนในระหว่างสงครามการเมือง 

         17 ธันวาคม 2553 เป็นวันครบรอบ 2 ปี ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

         ถึงวันนี้ ปัญหาต่างๆ ในบ้านเมืองก็ยังไม่สามารถพูดได้ว่าผ่านพ้นไปแล้ว ผมมีคำถามอยากจะขอคำตอบจากนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของประเทศไทย 

         1) ที่ผ่านมา รัฐบาลต้องเผชิญปัญหาใหญ่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลถึงเศรษฐกิจไทย ปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทั้งในสภาและนอกสภา ทั้งเสื้อเพื่อไทย เสื้อแดง เสื้อดำ ลงมือปฎิบัติการ 2 ปีซ้อน ทั้งตำรวจมะเขือเทศ ทหารแตงโม ข้าราชการเกียร์ว่าง มิหนำซ้ำ ยังประสบภัยภัยธรรมชาติ ทั้งวิกฤติน้ำท่วม วาตะภัย เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ครึ่งค่อนประเทศ 

         ปัญหาบางเรื่อง “อภิสิทธิ์” ขณะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เคยวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เช่น เคยเขียนหนังสือ “การเมืองไทยหลังรัฐประหาร” เรื่อง “สงครามกลางเมือง” บอกว่า 

           “รัฐประหารในคืนวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นรัฐประหารที่ไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อก็จริง แต่ผลต่อเนื่องภายหลังการรัฐประหารดังกล่าว ไม่แน่ว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป… 

         หลังรัฐประหาร มีโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้ง แตกแยก และความรุนแรง จนถึงขั้นใช้กำลัง อาวุธ เข้าห้ำหั่นกันในบ้านเมือง 

          “สงครามกลางเมือง” จะเกิดขึ้นได้ ๒ ทาง ทางหนึ่ง เกิดการต่อต้าน คมช.และรัฐบาล ซึ่งถ้ารัฐบาลและ คมช. หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไข เช่น สืบทอดอำนาจ ก็จะไม่เกิดขึ้น อีกทางหนึ่ง กลุ่มอำนาจเก่าจนตรอก จำนนต่อกระบวนการเอาผิดทางกฎหมาย จำต้องลุกขึ้นสู้นอกระบบ มองเห็นว่าไม่มีทางอื่นที่จะสู้ ในที่สุด ก็อาจจะใช้ความรุนแรง ก่อกวน ก่อเหตุในบ้านเมืองได้” 

         อยากรู้… เมื่อคิดว่า หลังรัฐประหาร 2549 บ้านเมืองมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรง ถึงขั้น “สงครามกลางเมือง” เหตุใดถึงยังเข้ามาเป็นนายกฯ? 

         และที่สำคัญ เมื่อได้เป็นนายกฯ แล้ว ทำไมป้องกันแก้ไขไม่ได้? 

         มีมือที่สาม มือที่สี่ หรือมือที่มาจากที่ไหนๆ เข้ามาชักนำบ้านเมืองให้เดินมาสู่สมรภูมิความรุนแรงอย่างที่เกิดขึ้นมาหรือเปล่า? 

         ในความไม่สงบที่ผ่านมานั้น มีอะไรช่วยประเทศไทยไว้หรือไม่? พระสยามเทวาธิราชหรือเปล่า? เราจะคอยพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน? 

         คิดอย่างไรกับการตายของทหารและประชาชน? 

         ประเทศชาติผ่านมาได้อย่างนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรี คิดว่าทำดีที่สุดแล้วหรือยัง? ถ้าอภิสิทธิ์เป็นผู้นำฝ่ายค้านอยู่ในช่วยวิกฤติเดือนพฤษภาคม 2553 จะเตือนผู้ที่เป็นนายกฯ ขณะนั้นอย่างไร? ฯลฯ 

         คำถามเหล่านี้ ล้วนอยากได้ยินคำตอบจากปากนายกฯ อภิสิทธิ์ 

         และจะได้ถามต่อไปด้วยว่า จบหรือยัง? จะมีอีกไหม? 

         เดือนเมษายน – พฤษภาคม ปีหน้า (2554) จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงอีกไหม? จะป้องกันอย่างไร? 

         2) ช่วงเหตุการณ์รุนแรงที่ผ่านมา นายกฯ โดนทุบรถที่พัทยา ถูกพยายามฆ่าที่มหาดไทย สาดเลือดปาอุจจาระที่บ้าน ถูกจ้องจะลอบสังหาร ไปไหนมาไหนก็ต้องคุ้มกัน ไม่มีชีวิตส่วนตัวเหมือนแต่ก่อน 

         อยากรู้ว่า ภรรยาและครอบครัวเข็ดไหม? ยังอยากจะเป็นนายกฯ อีกไหม? 

         คุณอภิสิทธิ์เชื่อเรื่องดวง เรื่องโชคชะตาบ้างหรือเปล่า? 

         บูชาเครื่องรางของขลังบ้างไหม? ห้อยพระอะไรถึงรอด? 

         เป็นนักเรียนนอก หัวคิดทันสมัย ใช้เทคโนโลยีเป็นกิจวัตร แล้วจะสวดมนต์เป็นไหม? วันพระเข้าวัดบ้างไหม? ทำบุญอย่างไร? สวดมนต์ทำวัตรเป็นไหม? ปฏิบัติธรรมหรือเปล่า? เวลาทำบุญอธิษฐานขออะไร? 

         ทราบมาว่า ที่ห้องทำงานมีพระเครื่องและพระบูชานับร้อยองค์ ไปได้มาอย่างไร? บูชาอย่างไร? ส่วนตัวคิดอย่างไร? 

         เรื่องพวกนี้ ก็คงมีคนสนใจอยากรู้จากปากนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่น้อยใช่ไหม? 

         3) ทำไมนายกฯ อภิสิทธิ์ หลีกเลี่ยงการทะเลาะกับสื่อเหมือนอดีตนายกฯ สมัคร? 

         เพราะอะไรคุณอภิสิทธิ์จึงฟ้องหมิ่นประมาทกับบุคคลที่ใส่ร้ายกล่าวหา แต่ไม่ฟ้องสื่อที่เผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทนั้น? 

         จะได้มีการปฏิรูปสื่อเมืองไทยหรือไม่? อย่างไร? 

         4) เขียนหนังสือ “ร้อยฝันวันฟ้าใหม่” เมื่อตอนเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่เป็นนายกรัฐมนตรีมา 2 ปี ได้ทำอะไรตามที่ฝันไว้บ้างหรือไม่? เช่น 

         เขียนไว้ว่า จะปฏิรูปตำรวจ “ควรจะมีการกระจายอำนาจการบริหารงาน จากส่วนกลางออกไปสู่ระดับพื้นที่ เพื่อมิให้อำนาจกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง อยู่ที่ตัว ผบ.ตร.แต่ผู้เดียว แต่ให้หน่วยงานระดับรอง เช่น กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ สามารถบริหารและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสำเร็จในระดับหน่วยงาน โดยจะต้องให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามาบทบาทในการกำกับดูแลตำรวจในพื้นที่ ด้วย…” ฯลฯ 

         ได้ทำแค่ไหน? ทำได้แค่ไหน? 

         เคยเขียนไว้ว่า จะขยายประกันสังคมคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ส่งเสริมการสร้างสวัสดิการสังคมของชาวบ้าน ดูแลค่าแรงงานขั้นต่ำให้สมดุล พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้มีคุณภาพมากขึ้น ฯลฯ 

         ถึงวันนี้ ยังคิดจะทำอยู่ไหม? คิดแล้วทำไหม? 

         กลัวจะถูกมองว่าเป็นซานต้าครอส ฉบับ “ซานต้ามาร์คประชานิยม” หรือไม่? 

         ถ้าถูกนำไปเปรียบเทียบกับ “ทักษิณ ชินวัตร” จะอธิบายอย่างไร? 

         ที่สำคัญ… สวัสดิการสังคมแบบมาร์ค จะแตกต่างจากประชานิยมแบบแม้ว อย่างไร? 

         5) นายกฯ อภิสิทธิ์ ยอมพรรคร่วมรัฐบาล มากไปหรือไม่? 

         ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า นั่งเรือที่โจรพาย หรือพายเรือที่โจรนั่ง จะอธิบายอย่างไร? 

         มีอะไรที่ไม่อยากทำ แต่จำเป็นต้องทำ? 

         เคยคิดมาก่อนไหมว่า ต้องมาจับมือทำงานการเมืองกับนายเนวิน ชิดชอบ? 

         มีเงื่อนไขไหนบ้างที่จะประนีประนอมกับพรรคร่วมไม่ได้? 

         การที่คุณอภิสิทธิ์ไม่มีธุรกิจหรือผลประโยชน์ส่วนตัว ช่วยให้การทำหน้าที่นายกฯ ง่ายขึ้นหรือยากขึ้น? 

         6) การเมืองสมัยหน้า…. 

         คิดว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะยังจับมือกับประชาธิปัตย์อีกไหม? 

         จะมีพรรคอื่นเข้ามาร่วมรัฐบาลอีกไหม? 

         พรรคภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา จะร่วมเป็นพรรคเดียวกันไหม? 

         มีโอกาสจะสลับขั้วไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยแค่ไหน ? 

         แล้วมีโอกาสไหมที่พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล? 

         ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่แกนนำจัดตั้งรัฐบาล คิดว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี? 

         รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี ติดต่อกัน ในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์ ถัดจากคุณอภิสิทธิ์แล้ว มีใครจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวตายตัวแทน? คุณกรณ์ คุณสุเทพ หรือมีใครอีกบ้าง? มีผู้หญิงบ้างไหม? 

         ในอนาคต เมืองไทยจะมีรัฐประหารอีกไหม? 

         7) ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ผู้มีความรู้เรื่องระบบอุปถัมภ์และสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง เคยวิเคราะห์ถึงคนรอบข้างผู้นำในระบบอุปถัมภ์ว่ามีความสำคัญมาก อาจจะทำให้ตัวผู้นำเสื่อมได้ แม้ว่าคนรอบข้างนั้นจะมิได้มีเจตนาร้ายก็ตาม แต่เพราะอยากจะเอาใจหรือเกรงใจ 

         อยากรู้ว่า นายกฯ อภิสิทธิ์กลัวคนรอบข้างจะทำให้เสียไหม? มีวิธีป้องกันอย่างไร? 

         8) ก่อนหน้านี้ ทักษิณเคยปรามาสรัฐบาลชุดนี้ในทำนองว่า “เด็ก 2 คนบริหารเศรษฐกิจ” (อภิสิทธิ์กับกรณ์) เมื่อผ่านมาถึงวันนี้แล้ว นายกฯ อภิสิทธิ์รู้สึกอย่างไรกับคำพูดดังกล่าว? 

         อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส เคยเป็นนายกฯ เมื่ออายุยังน้อย ท่านเคยสรุปบทเรียนไว้ว่า 

          “เมื่อข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทำการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน… และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจ” 

         บทเรียนนี้ มีความหมายอะไรกับคุณอภิสิทธิ์บ้างไหม? 

         ถ้าให้สรุปบทเรียนส่วนตัวจากเป็นนายกรัฐมนตรี 2 ปี จะสรุปความสั้นๆ ว่าอย่างไร? 

         9) สุดท้ายแล้ว รัฐบาลนี้จะลงเอยอย่างไร? 

         สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ จะลงเอยอย่างไร? เมื่อไหร่? 

         จะลงเอยเพราะหมดอายุขัย หรือถูกยุบสภา? 

         ตัวคุณอภิสิทธิ์เอง จะลงเอยอย่างไร? จะเป็นนายกฯ อีกไหม? กี่สมัย? 

         ถึงวันนี้ ถ้าจะเขียนปรับปรุงหนังสือ “ร้อยฝันวันฟ้าใหม่” คิดว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องอะไร? 

         และบรรทัดสุดท้ายของหนังสือร้อยฝันวันฟ้าใหม่ หลังผ่านวันที่เป็นนายกรัฐมนตรี จะเขียนบันทึกสุดท้ายไว้ว่าอย่างไร? 

         ทั้งหมด คือสิ่งที่อยากจะถามเอาคำตอบจากปากนายกฯ อภิสิทธิ์ ในโอกาสทำงานมาครบ 2 ปี 

         อันที่จริง แม้จะไม่ถามนายกฯ หากเพียงท่านผู้อ่านนำคำถามเหล่านั้นมาคิดวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ก็น่าจะเกิดประโยชน์ต่อการติดตามสถานการณ์บ้านเมืองของเรา 

         อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค.2553 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสถามคำถามเหล่านั้นเอากับนายกฯ อภิสิทธิ์โดยตรง 

         อยากรู้ว่า นายกรัฐมนตรีจะตอบอย่างไร? คิดอ่านประการใด? 

         จะตรงกับคำตอบในใจของท่านผู้อ่านหรือไม่ เพียงใด? 

         ติดตามชมในรายการ “ลงเอยอย่างไร” ออกอากาศเวลา 3 ทุ่ม ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 คืนวันพุธที่ 22 และ 29 ธันวาคมนี้ครับ

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต