สร้างเมืองไทยให้น่าอยู่ใน ๙๙๙ วัน : นพ.ประเวศ วะสี
คนไทยทำได้ เพราะคนไทยมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหัวใจ
ที่แตกแยกกันมากเพราะไปใช้วิธีการกระตุ้นต่อมอารมณ์ร้าย
ควรปรับเปลี่ยนวิธีการไปกระตุ้นต่อมอารมณ์ดีให้พลังแห่งความดีระเบิดออกมาจากภายในหัวใจ
…..
ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงประเทศไทย จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป : ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
เราคงอยากจะให้คนรุ่นลูกๆของเราในอนาคต มีโอกาสได้พูดคุยกับคนรุ่นหลานๆของเรารุ่นต่อๆไปว่า
“เด็กๆสมัยนี้ ชีวิตสุขสบายและมีความหวังในชีวิตมากกว่ารุ่นพ่อรุ่นแม่เยอะ”
๙๙๙ วันนานเกินพอที่คนรุ่นเรา จะทำอะไรดีๆเพื่อคนรุ่นต่อไป
ไม่จำเป็นต้องรอให้ยุบสภาเสียก่อน
ไม่จำเป็นต้องรอให้เลือกตั้งใหม่เสียก่อน
ไม่จำเป็นต้องรอให้ฆ่ากันตายเสียก่อน…
…..
สร้างเมืองไทยให้น่าอยู่ใน ๙๙๙ วัน : พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร
ใครเป็นผู้ทำให้เมืองไทยไม่น่าอยู่อย่างนี้ ใครเสียอีกล่ะครับ ? กี่คนไทยเรานี่แหละ
ความเห็นแก่ตัวที่รุนแรงขึ้นและขยายออกไปจนไม่มีขอบเขต ได้แปรรูปเป็นความน่าเกลียด
ความน่าเกลียดนี้เอง ที่ทำให้เมืองไทยกลายเป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่และทำให้อีกหลายๆประเทศในโลกก็กลายเป็นที่ไม่น่าอยู่ด้วย
…..
ทำให้สังคมไทยเป็นมิตรกับความดี : พระไพศาล วิสาโล
เราไม่ควรฝากความหวังไว้กับผู้นำที่เป็นคนดี
การโยนความรับผิดชอบให้แก่คนอื่น ย่อมมิใช่วิสัยของคนดี
คนดีจะต้องกล้าแบกรับภาระด้วยตนเอง
โดยไม่กลัวว่าจะเปลืองตัว
ใช่หรือไม่ว่า เป็นเพราะคนดีในเมืองไทยคิดถึงแต่ตัวเองมากเกินไป
สังคมไทยจึงตกต่ำทางศีลธรรมขนาดนี้ ?..
…..
เล่านิทาน สร้างเมืองไทยน่าอยู่ : ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
เราจำเป็นต้องเป็น “ไข่มุก” เพื่อความภาคภูมิใจของคนที่เรารัก
เราจำเป็นต้องเป็น “เปลือกหอย” เพื่อปกป้องรักษาสิ่งที่เรารัก
เราจำเป็นต้องเป็น “เนื้อหอย” เพื่อแสดงถึงความมีชีวิตและต่อเชื่อมวงจรชีวิต
เราต้องเป็น “ทุกอย่าง” ใน “ทุกเวลา” เพราะนั่นคือการแสดงว่าเราเป็น “สิ่งมีชีวิต”
เราต้องมองทุกชีวิต เป็น “ทุกอย่าง” ใน “ทุกเวลา” เพราะนั่นคือแนวทางในการสร้างเมืองไทยน่าอยู่
…..
เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมใหม่ : เถกิง สมทรัพย์
สังคมไทยกำลังป่วยเป็นโรคเสพติดข่าวสารที่โฆษณาชวนเชื่อ
วันไหนไม่ได้ฟังเรื่องชวนเชื่อทางการเมือง วันนั้นจะลงแดงกันเสียให้ได้
นี่คือกฏแห่งหารอยู่ร่วมกันที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย
ทุกฝ่ายจะต้องเยียวยามวลชนของตนเอง ให้หายขาดจากอาการเสพติดเรื่องโกหก
…..
คิดแบบชนะด้วยกัน : ดร.วิรไท สันติประภพ
หลายครั้ง เรามักจะมุ่งหาวิธีแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างกันให้เป็นธรรมมากที่สุด
จนเรื่องใหม่ๆหรือแนวคิดใหม่ๆ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ลืมไปว่าถ้าหนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสองแล้ว แม้ว่าอาจจะสามารถแบ่งส่วนที่เพิ่มขึ้นมาได้เท่ากัน
แต่ทั้งสองฝ่ายยังได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจากที่ต่างคนต่างทำ..
การร่วมคิดร่วมทำในเรื่องใหม่ๆต้องมองไกลมองไปในระยะยาว ต้องอาศัยความอดทน กว่าจะเห็นผลชัดเจน..
…..
๕ แนวทาง ร่วมแรงร่วมใจ สร้างเมืองไทยน่าอยู่ : อภิรักษ์ โกษะโยธิน
เป็นไปไม่ได้ที่การซื้อเสียงจะหมดไปวันนี้ พรุ่งนี้ แต่อย่างน้อยที่สุด
ถ้าเราก้าวผ่านจุดนี้ไปได้ ก็จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญ
ทัศนคติที่จะคิดหาผลประโยชน์ทางการเมืองจะเปลี่ยนไป
ขณะเดียวกัน สังคมจะเปิดโอกาสคนที่ไม่ได้ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง
แต่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความซื่อสัตย์สุจริต
มีความรู้ความสามารถต่อไป
คนกลุ่มนี้จะมีโอกาสเข้ามามีบทบาทของการทำงาน
เพื่อส่วนรวม..
…..
การสร้างเมืองไทยน่าอยู่ “การสร้างองค์กรธุรกิจแห่งความเป็นเลิศ” : ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล
องค์กรแห่งความเป็นเลิศ
ถ้าไม่มีความคาดหวังที่สูงแล้ว ก็มีโอกาสที่จะตกอันดับเป็นองค์กรชั้นสองได้
อันที่จริง มีข้อแนะนำที่น่าคิดข้อหนึ่ง คือ
ให้คิดพยายามในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ (Impossible) แล้วจะทำให้เราเห็นปลายขอบความสามารถ (Limits) ของเรา..
…..
ขนาด 160 หน้า // ราคา 120 บาท